1. โตเกียว (Tokyo)
จุดหมายยอดฮิตของประเทศญี่ปุ่น
เมืองนี้ได้ฉายาว่า “อีสต์ มีท เวสต์” (East
meets West) หมายถึง การมาบรรจบกันของวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก
เพราะนอกจากคุณจะได้ชมบ้านเมืองที่ยังคงด้วยวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นแล้ว
คุณก็ยังจะได้สัมผัสเทคโนโลยีล่าสุดของโลก และแฟชั่นแบบตะวันตกในสไตล์ญี่ปุ่น
ฮาราจุกุในโตเกียวก็เปรียบได้กับ ถนนเมดิสันแห่งมหานครนิวยอร์ค (Madison
Avenue, New York) นั่นเอง
2. เกียวโต (Kyoto)
เมืองยอดฮิตอีกแห่งของแดนซากุระ
สำหรับคนที่ชื่นชมศิลปวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น
ทั้งวัดโบราณที่ทำให้คุณเหมือนย้อนเวลากลับไปเมื่อเกือบพันปีก่อนในย่างก้าวแรกที่เดินเข้าไป
และเป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจหากคุณจะเดินสวนกับเกอิชาในชุดกิโมโนบนถนนใจกลางเมือง
และการเข้าร่วมพิธีชงชาญี่ปุ่นแบบโบราณ ก็เป็นประสบการณ์ที่ไม่น่าพลาดสำหรับการไปเยือนเกียวโต
3. โอซาก้า (Osaka)
เมืองที่ใหญ่อันดับสองของประเทศ
นอกจากจะเป็นเมืองธุรกิจสำคัญของประเทศแล้ว ยังขึ้นชื่อด้านอาหารในราคาย่อมเยา
เพราะไม่ว่าจะมุมไหนของเมือง คุณก็สามารถหาร้านอาหารรสชาติเป็นเลิศ แต่ราคาสบายกระเป๋าได้ไม่ยาก
นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง (Kaiyukan)
ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) ยูนิเวิร์ลซัล สตูดิโอ (Universal Studio) แห่งญี่ปุ่น
และสวนลอยน้ำ (Floating Garden Observatory)
4. ฟุกุโอกะ (Fukuoka)
อีกเมืองหลักของมิตรรักนักชิมและคนรักอาหารทะเล
นอกจากนี้ยังเป็นบ้านเกิดของบะหมี่ราเม็งอันลือชื่อของญี่ปุ่น
ฉะนั้นรับรองว่าหากไปเยือนฟุกุโอกะ คุณจะไม่มีทางพลาดการชิมราเม็ง
เพราะร้านบะหมี่ข้างทางถือเป็นร้านอาหารยอดนิยม ไม่ต่างจากรถขายไส้กรอกในอเมริกา
หรือแผงขายส้มตำบ้านเรา นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีคุณภาพการใช้ชีวิตสูง
ถึงกับได้ฉายาว่าเป็นเมืองที่รีเล็กซ์ (Relax) หรือเครียดน้อยที่สุดในญี่ปุ่นเลยทีเดียว
5. นารา (Nara)
เมืองนารา
หรือเมืองแห่งกวาง ทุกหนแห่งที่คุณเดินทางไปเที่ยว
คุณจะพบเห็นกลุ่มกวางอันเป็นมิตรกับผู้คน
นอกจากนี้นารายังถือเป็นแหล่งกำเนิดของขนบธรรมเนียมของชาวญี่ปุ่น
เมืองนารานี้มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย เช่น พระพุทธรูปไดบุทสึ (Daibutsuden)
ซึ่งเป็นพระพุทธรูปหล่อที่ใหญ่ที่สุดของโลก วัดโฮริวจิ (Horyu-ji
Temple) ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่ทำด้วยไม้ที่เก่าแก่ที่สุดของโลก
และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเช่นเดียวกับวัดโทไดจิ (Todaiji Temple) วัดเก่าแก่ที่สุดของเมือง
6. เฮียวโงะ
(Hyogo)
เมืองเฮียวโงะตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองเกียวโตและโอซาก้า
เป็นที่ตั้งของปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) ที่งดงามที่สุดของประเทศ
จนยูเนสโก (UNESCO) มาขอจดทะเบียนเป็นมรดกโลก
และถัดจากปราสาทก็เป็นสวนสาธารณะกว้างกว่า 33,000 ตรม.
เป็นจุดชมดอกซากุระยอดนิยม จนถึงขั้นจัดเป็นงานประเพณีขึ้นทุกปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิชื่อว่า
“เทศกาลชมดอกซะกุระยามราตรี” (Himeji Hana Akari
Night View of Cherry Blossom Festival)
7. คารุอิซาวะ
มาชิ (Karuizawa – machi)
เมืองนี้จะเป็นสวรรค์ของคนรักป่าเขาลำเนาไพร
ไม่ว่าจะเป็นน้ำตก บ่อน้ำพุร้อน ภูเขา
เมืองธรรมชาติแห่งนี้มีทุกอย่างสำหรับนักธรรมชาตินิยม
แต่ไม่ต้องห่วงสำหรับคนที่อยากจะชมทั้งธรรมชาติและช้อปปิ้งในทริปเดียว
เพราะเขตช้อปปิ้งคารุอิซาวะ กินซ่า (Karuizawa Ginza) ก็เป็นแหล่งจับจ่ายที่จะให้คุณเพลิดเพลินได้ตลอดวันเช่นกัน
8. ฮากุบะ
มุระ (Hakuba – mura)
เมืองเล็กๆ
ในจังหวัดนากาโน่ (Nagano) นี้
อาจไม่เป็นที่รู้จักกันมากนักสำหรับคนไทย
แต่เป็นแหล่งสกีอันลือชื่อของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ใจกลางภูเขาฮากุบะ (Hakuba)
ซึ่งเปรียบได้กับเทือกเขาแอลป์ (Alps) ของญี่ปุ่น
นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งอาบน้ำแร่ แช่น้ำพุร้อน ยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของประเทศด้วย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น